ไว้บันทึกเรื่องราวรอบๆตัว

วันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ความชื้น คาร์บอน ไนโตรเจน ในการทำปุ๋ยหมัก

ห้องเรียนปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกอง แม่โจ้

"จารย์ลุงใช้อะไรเป็นดัชนีชี้วัดว่าภายในกองปุ๋ยขาดความชื้น"

คำตอบคือ เชื้อราสีขาวครับ ... เพื่อให้น้องปุ๋ยในกองของเราเป็นปุ๋ยหมักเนื้อเนียนทั่วทั้งกอง ไม่โดนแซวโดยเพื่อนักเรียนอื่น เราจะต้องมีการล้วง ควัก งัด แงะ เจาะ สับ ดูตามจุดต่าง ๆ ของกองปุ๋ยบ่อย ๆ เพื่อหาจุดที่มันแห้งเกินไป ถ้ามันแห้งจุดใดก็จะได้เติมน้ำ กรอกน้ำลงตรงนั้นเพิ่ม ส่วนใหญ่แล้วเราจะพบว่าจุดที่มันแห้งนั้นมีราสีขาวอยู่เต็ม .... ราสีขาวก็เป็นน้องจุลฝ่ายธรรมะเหมือนกัน ไม่มีอันตรายอะไร เพียงแต่ราสีขาวชอบบริเวณที่ความชื้นไม่สูงมาก ... เมื่อล้วง ควัก สับ เจาะ เจอเชื้อราจุดใดก็กรอกน้ำลงตรงนั้น กรอกน้ำหลาย ๆ วันสีขาวก็จะจางหายไปเอง

มีบางกรณีที่ในกองปุ๋ยหมักมีเชื้อราสีขาวแม้ว่าจุดนั้นชุ่มชื้นดี นั่นคือ เป็นราสีขาวที่มากับฟางอยู่แล้ว ... อีกกรณีคือมีสีขาวในกองปุ๋ยหมักจากฟางเพราะกำลังจะเป็นเห็ดฟางเห็ดโคน ซึ่งทานได้ แต่ถ้าเป็นเห็ดขี้ควายที่เป็นพิษก็ตัวใครตัวมันนะครับ

นักเรียนเก่งทุกคนครับ ไม่มีใครลอกใครเลย 5555

ผมคิดว่าการทำปุ๋ยหมักวิธีอื่น ๆ ที่เป็นปุ๋ยช้า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผู้สอนไม่ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลน้ำกองปุ๋ย พอขาดความชื้นจุลินทรีย์ก็ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมการย่อยสลายทางชีวภาพได้ เพราะฉะนั้น การผลิตปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง วิศวกรรมแม่โจ้ 1 จึงให้ความสำคัญกับการดูแลน้ำ ต้องประณีต พิถีพิถันกันหน่อย ปล่อยให้เทวดาเลี้ยงแบบเดิม ๆ ไม่ได้แล้วครับ อายเค้า ... สำหรับเกษตรกร การทำเรื่องประณีตเช่นนี้ก็อาจไม่ชอบ อาจเห็นว่าเสียเวลา เปลืองน้ำ ผมคิดว่าท่านเกษตรกรน่าจะลองทำเกษตรแบบประณีตดูบ้าง อาจจะทำให้ลืมตาอ้าปากกันได้ เพราะที่ผ่านมาก็ด้วยความคิดที่ว่าเสียเวลา ไม่ทันใจแบบนี้ไม่ใช่หรือครับที่ทำให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรจึงสูงนัก ขาดทุน ดินเสีย ผลผลิตตกต่ำ เป็นหนี้กันทั้งแผ่นดิน




ในการทำปุ๋ยหมัก (Compost) เราได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของความชื้นไปแล้ว สิ่งที่มีความสำคัญต่อไปก็คือ คาร์บอนกับไนโตรเจนครับ

จุลินทรีย์ในกองปุ๋ยหมัก (ทั้งแบบกะละมัง แบบตะกร้า และแบบกองแถวยาวไม่พลิกกลับ) ต้องการทั้งคาร์บอนและไนโตรเจนในการเจริญเติบโตและสร้างเซลล์สำหรับเพิ่มจำนวนลูกหลาน ถ้าขาคทั้งสองธาตุการย่อยสลายก็คงเป็นไปได้ช้ามาก ๆ และได้ปุ๋ยหมักที่มีคุณภาพต่ำ

ในการทำปุ๋ยหมักวิธีอื่น เค้าใช้คาร์บอนจากที่มีในรำข้าวหรือแกลบ วิธีของผมใช้คาร์บอนจากเศษพืชทุกชนิดครับ สดหรือแห้งก็ได้ ... และในการทำปุ๋ยหมักวิธีอื่นใช้ไนโตรเจนจากปุ๋ยยูเรียหรือกากน้ำตาล ส่วนผมใช้ไนโตรเจนที่มีในมูลสัตว์

เพื่อให้มีสัดส่วนคาร์บอนและไนโตรเจนที่เหมาะสม จากการวิจัยทำให้ทราบว่าถ้าเป็นใบไม้เราควรใช้ 3 ต่อ 1 โดยปริมาตร (ถ้าเป็นโดยน้ำหนักก็จะมีปัญหาว่าเกษตรกรไม่มีเครื่องชั่งอีก) และถ้าเป็นฟาง หรือผักตบชวา หรือเศษข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ก็ใช้ 4 ต่อ 1 ... สัดส่วนนี้รับรองว่าจำนวนจุลินทรีย์จะพุ่งพรวด ๆ ๆ ๆ

ส่วนจุลินทรีย์ในกองปุ๋ยนั้น วิธีอื่นใช้การเติมอีเอ็มบ้าง จุลินทรีย์ขุยไผ่บ้าง สารเร่งซูเปอร์ พด.1 บ้าง ... ของผมใช้จุลินทรีย์ที่มีในมูลสัตว์ครับ

จุลินทรีย์ในมูลสัตว์มีหลายชนิดที่ชอบความร้อนจัด ขนาดที่ว่าอุณหภูมิสูงขนาด 70 - 75 องศาเซลเซียส มันก็ยังไม่ตายเลยครับ (จุลินทรีย์ Thermophiles) ช่วง 5 วันแรกของกองปุ๋ยใหญ่ ๆ แบบไม่พลิกกลับกองที่อุณหภูมิขึ้นสูงมากเราก็เลยไม่ต้องเป็นห่วงครับ ... น้องจุลชอบ น้องจุลทนได้

ดังนั้น การทำปุ๋ยหมักของผมจึงใช้แต่เศษพืชและมูลสัตว์เพียงสองอย่างมาโดยตลอด ตั้งแต่ปี 2545 แล้ว .... ทำทุกครั้ง ก็ได้ปุ๋ยหมักคุณภาพสูงที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ของประเทศทุกครั้ง นำไปใช้กับพืชได้ทุกชนิด .... เกษตรกรเครือข่ายหลายคนก็เปลี่ยนไปเป็นเกษตรอินทรีย์เลยก็มาก

วิธีการทำปุ๋ยหมักที่ง่าย ๆ ต้นทุนต่ำ ๆ แบบนี้ .... แต่ก็มีคุณภาพสูงได้เหมือนกันน้าาาา




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น