ห้องเรียนปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกอง แม่โจ้
"ในหญ้า ในฟางมีของดีอยู่มาก ขนาดที่ว่าวัวควายกินแต่หญ้าและฟางเท่านั้น ก็ยังมีรูปร่างใหญ่โตแข็งแรงได้เลยครับ ... ของดีที่ว่านั้นคือจุลธาตุ ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารหลัก รวมทั้งคาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจน ที่อยู่ในรูปของน้ำและอินทรีย์วัตถุ
จุลธาตุ (Micronutrients) ก็ได้แก่ โบรอน โมลิบดินัม เหล็ก สังกะสี ทองแดง แมงกานีส คลอรีน
ธาตุอาหารรอง (Secondary Macronutrients) ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม ซัลเฟอร์
ธาตุอาหารหลัก (Primary Macronutrients) ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม
ธาตุอาหารในเศษพืชเหล่านี้มาจากการที่รากพืชดูดซับขึ้นมาจากในดินเข้ามาสะสมไว้ในต้นพืชเพื่อการผลิตเมล็ดและผลไม้สำหรับการขยายพันธุ์ ... หากเราเผาทำลายหญ้าและฟางทิ้ง ธาตุอาหารเหล่านี้ก็จะสูญสลายไปอย่างน่าเสียดาย ... แต่หากนำมาทำปุ๋ยหมักเพื่อนำกลับคืนให้กับพืชได้ใช้ พืชก็จะได้ธาตุอาหารต่าง ๆ อย่างทันที พอกับความต้องการ
ธาตุเหล่านี้หาได้มีในปุ๋ยเคมีไม่ เพราะในปุ๋ยเคมีมีแค่ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแสเซียมเท่านั้น ... ถ้าเปรียบการใส่แต่ปุ๋ยเคมีโดยไม่บำรุงดิน กับการทานอาหารของคนเราแล้ว ก็คงคล้ายกับการทานอาหารที่มีแต่ข้าว แต่ขาดกับข้าว ขาดหมูไก่และผักผลไม้นั่นเอง ถ้าเป็นอย่างนี้ชีวิตก็คงอับเฉาเป็นแน่แท้"
นอกจากนี้ ปุ๋ยหมักยังช่วยให้ดินหายจากความเป็นกรด พอดินมีพีเอชเป็นกลาง เชื้อโรคทางดินก็อยู่ไม่ได้ แถมโดนจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดินที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นจากการมีสารอาหารมากขึ้นมาเบียดบังอีก หรือเป็นปฏิปักษ์กับเชื้อโรค การใช้ยาเคมีก็ลดลง พืชแข็งแรง
ตอนที่ดินเป็นกรด ธาตุอะลูมิเนียมในดินจะละลายออกมาแล้วเข้าสู่รากพืช ส่งผลให้ต้นพืชอ่อนแอ เป็นโรคง่าย แมลงกัดกินง่าย ผลคือต้องหมดเงินเพิ่มค่าสารเคมีมาฉีดพ่นอีก บางครั้งพบว่าไม่ได้ผลผลิตเลย ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น กรณีหลังนี้เกษตรกรก็จะไปหาซื้อปุ๋ยขี้ไก่มารองก้นหลุม เมื่อพอมีอินทรีย์วัตถุ ดินเป็นกลาง การเพาะปลูกก็พอกล้อมแกล้มไปได้ใหม่ (ปุ๋ยขี้ไก่ราคาตันละ 7,000 บาท กระสอบละ 350 บาท !!! ทำปุ๋ยหมักใช้เองตันละ 750 บาท !!!)
เมื่อดินเป็นกลาง ปุ๋ยเคมีอย่างเช่น P และ K ที่เคยถูกตรึงไว้ในดินเนื่องจากความเป็นกรดของดิน (ความเป็นกรดของดินเกิดจากการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างยาวนาน รวมทั้งยาฆ่าหญ้า) ก็จะปลดปล่อยออกมาให้พืชใช้ ดังนั้น ส่วนใหญ่จะเห็นผลทันทีจากการใช้ปุ๋ยหมักครั้งแรก .... ทำให้เกษตรกรไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมีมากเมื่อใช้ปุ๋ยหมักร่วม
ปุ๋ยหมักมีอินทรีย์วัตถุและธาตุอาหารต่าง ๆ ที่เป็นสารอาหารของจุลินทรีย์ดิน โดยเฉพาะพวกที่เกาะอยู่ตามรากพืชแบบพึ่งพาอาศัย พวกนี้จะใช้สารอาหารในดินแล้วคายแร่ธาตุให้กับรากพืชอีกด้วย เมื่อมีสารอาหารมาก จุลินทรีย์ดินที่เป็นประโยชน์ก็เพิ่มมากขึ้น ไปเบียดบังเชื้อโรค ไปหาอาหารให้กับรากพืชมากขึ้น ... จนเราสามารถปลูกแบบอินทรีย์ได้เลย
จุลธาตุ (Micronutrients) ก็ได้แก่ โบรอน โมลิบดินัม เหล็ก สังกะสี ทองแดง แมงกานีส คลอรีน
ธาตุอาหารรอง (Secondary Macronutrients) ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม ซัลเฟอร์
ธาตุอาหารหลัก (Primary Macronutrients) ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม
ธาตุอาหารในเศษพืชเหล่านี้มาจากการที่รากพืชดูดซับขึ้นมาจากในดินเข้ามาสะสมไว้ในต้นพืชเพื่อการผลิตเมล็ดและผลไม้สำหรับการขยายพันธุ์ ... หากเราเผาทำลายหญ้าและฟางทิ้ง ธาตุอาหารเหล่านี้ก็จะสูญสลายไปอย่างน่าเสียดาย ... แต่หากนำมาทำปุ๋ยหมักเพื่อนำกลับคืนให้กับพืชได้ใช้ พืชก็จะได้ธาตุอาหารต่าง ๆ อย่างทันที พอกับความต้องการ
ธาตุเหล่านี้หาได้มีในปุ๋ยเคมีไม่ เพราะในปุ๋ยเคมีมีแค่ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแสเซียมเท่านั้น ... ถ้าเปรียบการใส่แต่ปุ๋ยเคมีโดยไม่บำรุงดิน กับการทานอาหารของคนเราแล้ว ก็คงคล้ายกับการทานอาหารที่มีแต่ข้าว แต่ขาดกับข้าว ขาดหมูไก่และผักผลไม้นั่นเอง ถ้าเป็นอย่างนี้ชีวิตก็คงอับเฉาเป็นแน่แท้"
นอกจากนี้ ปุ๋ยหมักยังช่วยให้ดินหายจากความเป็นกรด พอดินมีพีเอชเป็นกลาง เชื้อโรคทางดินก็อยู่ไม่ได้ แถมโดนจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดินที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นจากการมีสารอาหารมากขึ้นมาเบียดบังอีก หรือเป็นปฏิปักษ์กับเชื้อโรค การใช้ยาเคมีก็ลดลง พืชแข็งแรง
ตอนที่ดินเป็นกรด ธาตุอะลูมิเนียมในดินจะละลายออกมาแล้วเข้าสู่รากพืช ส่งผลให้ต้นพืชอ่อนแอ เป็นโรคง่าย แมลงกัดกินง่าย ผลคือต้องหมดเงินเพิ่มค่าสารเคมีมาฉีดพ่นอีก บางครั้งพบว่าไม่ได้ผลผลิตเลย ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น กรณีหลังนี้เกษตรกรก็จะไปหาซื้อปุ๋ยขี้ไก่มารองก้นหลุม เมื่อพอมีอินทรีย์วัตถุ ดินเป็นกลาง การเพาะปลูกก็พอกล้อมแกล้มไปได้ใหม่ (ปุ๋ยขี้ไก่ราคาตันละ 7,000 บาท กระสอบละ 350 บาท !!! ทำปุ๋ยหมักใช้เองตันละ 750 บาท !!!)
เมื่อดินเป็นกลาง ปุ๋ยเคมีอย่างเช่น P และ K ที่เคยถูกตรึงไว้ในดินเนื่องจากความเป็นกรดของดิน (ความเป็นกรดของดินเกิดจากการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างยาวนาน รวมทั้งยาฆ่าหญ้า) ก็จะปลดปล่อยออกมาให้พืชใช้ ดังนั้น ส่วนใหญ่จะเห็นผลทันทีจากการใช้ปุ๋ยหมักครั้งแรก .... ทำให้เกษตรกรไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมีมากเมื่อใช้ปุ๋ยหมักร่วม
ปุ๋ยหมักมีอินทรีย์วัตถุและธาตุอาหารต่าง ๆ ที่เป็นสารอาหารของจุลินทรีย์ดิน โดยเฉพาะพวกที่เกาะอยู่ตามรากพืชแบบพึ่งพาอาศัย พวกนี้จะใช้สารอาหารในดินแล้วคายแร่ธาตุให้กับรากพืชอีกด้วย เมื่อมีสารอาหารมาก จุลินทรีย์ดินที่เป็นประโยชน์ก็เพิ่มมากขึ้น ไปเบียดบังเชื้อโรค ไปหาอาหารให้กับรากพืชมากขึ้น ... จนเราสามารถปลูกแบบอินทรีย์ได้เลย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น