ไว้บันทึกเรื่องราวรอบๆตัว

วันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

การผลิตปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกองมีความสำคัญกับชุมชนได้อย่างไร

ห้องเรียนปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกอง แม่โจ้

การผลิตปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกองมีความสำคัญกับชุมชนได้อย่างไร .... ลองนึกดูนะครับ ว่าฟางและใบไม้ไม่ต้องเผาทิ้งอีกต่อไป แต่ถูกเทศบาลส่งเสริมให้ชาวบ้านนำมาผลิตเป็นปุ๋ยหมักด้วยวิธีง่าย ๆ ที่ไม่ต้องพลิกกลับ สองเดือนเสร็จ ใช้แค่มูลสัตว์อย่างเดียว ..... จัดหามูลสัตว์ให้ชาวบ้าน 30 กระสอบสำหรับการผลิตปุ๋ยหมักทุก 1 ตัน .... ถ้ามีชาวบ้านยอมทำ 100 คน ๆ ละ 1 ตัน ก็จะใช้มูลสัตว์ทั้งหมด 3,000 กระสอบ คิดเป็นเงินค่ามูลสัตว์สำหรับทำโครงการแบบนี้แค่ประมาณ 90,000 บาทเท่านั้น

พอชาวบ้านมีปุ๋ยหมักใช้ เทศบาลก็น่าจะทำโครงการส่งเสริมให้ปลูกผักและข้าวอินทรีย์ เอาไปเสนอขายให้โรงพยาบาล โรงเรียน เพื่อจะได้มีออเดอร์ส่งผักทั้งปี ชาวบ้านก็จะมีรายได้เพิ่มอีกทาง คนไข้ คุณหมอ เด็กนักเรียนก็จะได้มีผักดี ๆ ปลอดสารทาน .... แล้วอาจขยายไปขายผักอินทรีย์ให้ร้านก๋วยเตี๋ยวในหมู่บ้าน ติดป้ายเลยว่าร้านนี้ใช้ผักอินทรีย์จากโครงการ .... แจ่มมมม

ความจริงเศษผักในตลาด เศษอาหารจากร้านอาหาร เศษอาหารจากบ้านเรือน ก็สามารถเอามาวางเป็นชั้นสลับในกองปุ๋ยวิธีนี้ได้ ก็จะทำให้การส่งเสริมให้มีธนาคารขยะในชุมชนก็ง่ายขึ้น .... ขยะที่ขายได้ถูกแยกออกที่ครัวเรือน เศษอาหารถูกแยกออกที่ครัวเรือนเอาไปทำปุ๋ยหมัก ก็จะเหลือขยะที่ไม่เน่าเหม็นเพียง 30% ที่ไปรับขยะสัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้งก็ยังได้ ลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บขยะ ลดขยะที่จะเอาไปลงหลุมฝังกลบ ลดความเสี่ยงการติดไฟที่หลุมฝังกลบเพราะการย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจนที่หลุมฝังกลบก่อให้เกิดแก๊สมีเทนที่ติดไฟได้ แบบเดียวกับที่เกิดไฟไหม้หลุมขยะแพรกษาไงครับ ..... ถ้าทำแบบนี้ได้ ก็เท่ากับมีการจัดการขยะในชุมชนที่มีประสิทธิภาพ .... ลดขยะ ได้ปุ๋ยหมัก

ปุ๋ยหมัก 100 ตันทุก 2 เดือน คิดมูลค่าเป็นเงินสูงถึง 500,000 บาทเชียวนะครับ ถ้าไม่เอาปลูกผักแต่เอาไปขายให้สวนยาง สวนมัน ก็รวยแย่เลยครับ


ตามที่เคยเล่าว่าเกษตรกรของเทศบาลตำบลหนองบัว อ.ไชยปราการ เชียงใหม่ ผลิตปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง แล้วขายเชื่อในรูปของสหกรณ์ ซึ่งปรากฏว่าเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่มาเหมาปุ๋ยหมัก 12 ตันหมดเกลี้ยง ทำให้มีกำไรมากกว่า 5 หมื่นบาทภายในเวลาแค่ 2 เดือน โดยใช้เศษพืชเป็นเศษข้าวโพดและขี้วัว ... ตอนนี้มีรายละเอียดมาให้ดูแล้วครับ ตามนี้ :

ต้นทุน
ค่ามูลสัตว์ 300 กระสอบ ราคา 23 บาท เป็นเงิน 6,900 บาท
ค่าจ้างแรงงาน 6 คน กรรมการกลุ่ม 4 คน* เป็นเงิน 2,100 บาท
ค่าซังข้าวโพด ลำละ 150 บาท 6 ลำ เป็นเงิน 900 บาท
รวมเป็นต้นทุน 9,900 บาท
* จ้างคนงานทั่วไปวันละ 250 บาท กรรมการกลุ่มวันละ 150 บาท

จำหน่าย
ได้ปุ๋ยหมักทั้งหมด 420 กระสอบ น้ำหนักรวม 12,600 กิโลกรัม (กระสอบละ 30 กก.)
ต้นทุนต่อกิโลกรัม 1.27 บาท
ขายเงินสดไป 30 กระสอบ ๆ ละ 160 บาท เป็นเงิน 4,800 บาท
ขายเงินเชื่อ 390 กระสอบ ๆ ละ 165 บาท เป็นเงิน 64,350 บาท
รวมจำหน่าย 69,150 บาท

กำไร
69,150 - 9,900 บาท เป็นเงิน 59,250 บาท

แค่ 2 เดือน ... ไม่ต้องมีหลังคา ไม่ต้องมีพื้นคอนกรีต ตากแดดตากฝน ก็ได้เงินแล้ว

อันนี้เป็นของจริง ที่มีคนเอาไปทำแล้ว และทำได้จริงด้วย ... ลองคิดดูว่าหากเกษตรกรคนหนึ่งผลิตปุ๋ยหมักเดือนละ 1 ตัน ขายได้กำไรตันละ 4,700 บาทต่อเดือน ปีหนึ่งก็จะมีรายได้ถึง 56,400 บาทจากการขายปุ๋ยหมักให้เพื่อนบ้านอย่างเดียว ... อย่างนี้โครงการ 1 ไร่ 1 แสนก็น่าจะง่ายขึ้นเยอะนะครับ


วิธีการและขั้นตอนการผลิตปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=730667736949641&set=a.730302246986190.1073741829.729811563701925&type=1&theater

ข้อห้ามในการทำปุ๋ยหมักแบบนี้
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=754950991187982&set=a.730302246986190.1073741829.729811563701925&type=1&theater

คำถามที่ถามกันบ่อย
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=733113600038388&set=a.730302246986190.1073741829.729811563701925&type=1&theater&notif_t=photo_comment



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น