ไว้บันทึกเรื่องราวรอบๆตัว

วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

บอกสิว่า ..มีแฟนเป็นชาวไร่ชาวนา มันไม่ดีตรงไหน ?

 ชาวนาวันหยุด

บอกสิว่า ..มีแฟนเป็นชาวไร่ชาวนา มันไม่ดีตรงไหน ?


ตอน : น้ำเพื่อการเกษตร

น้ำและน้ำ อยู่ที่ไหน?
สมัยนี้ไม่มีน้ำไม่มีปุ๋ย อย่าปลูกพืชดีกว่า
ปลูกไปก็ตายก็เฉา เปอร์เซ็นต์รอดเหลือน้อยลงทุกที
ทั้งนี้เพราะความชื้นในดินในอากาศหดหายเร็วขึ้น
เด็กสมัยนี้ไม่รู้จัก ไม่เคยเห็น น้ำ ห ม อ ก น้ำ ค้ า ง เ ป็ น อ ย่ า ง ไ ร 
เห็นแต่แม่น้ำที่มีขยะลอยฟ่อง..

การโสเหล่ชาวนาวันหยุด ครั้งที่ 1 ได้สอดแทรกเรื่องน้ำไว้เป็นระยะๆ ชวนให้ตระหนักถึงปัญหาเรื่องน้ำ ชวนไปดูกล้าไม้ยางที่เกิดเองตามธรรมชาติ อายุผ่านมา 1 ฤดู ยังยืนตายไปกึ่งหนึ่ง..ดังนั้น ต้นไม้ที่เราปลูกในช่วงนี้ จึงแห้งตายคาหลุมไปไม่น้อย ยิ่งปลูกทิ้งปลูกขว้าง ปลูกแล้วติดป้าย..ควรแวะไปดูด่วน ว่ามันรอดหรือเหลือแต่คอกไม้ที่ตีล้อมไว้ กับป้ายห้อยร่องแร่ง..ก า ร ทำ ล า ย ส ภ า พ แ ว ด ล้ อ ม มั น ส่ ง ผ ล แ ล้ ว ณ . บัดนี้..แม้แต่สวนป่าเองจะมีระบบน้ำไว้บ้างพอสมควร ก็เจอปัญหาความร้อนแล้งรบกวน แปลงพืชผักที่ปลูก 3 วัน ถ้าไม่ได้รดน้ำ ก็มีอาการเหี่ยวเฉาให้เห็น และ..ถ้าเหี่ยวแล้ว ..จะทำให้ฟื้นสดชื่นขึ้นมาก็ไม่ง่ายนักหรอก ..เงื่อนไข เริ่มขยับปมกระชับเข้ามา ปลูกต้นไม้ปีนี้ นอกจากจะยุ่งยากกว่าเมื่อก่อนแล้ว ยังโตช้าลงเรื่อยๆ ยิ่งตัดสินใจช้า ปลูกช้า ไม้เจริญเติบโตช้ากว่าเมื่อก่อน จุดวิกฤติดูได้จากตรงไหน? .. 

เธอสังเกตดูเมล็ดไม้ที่หล่นมา..
สมัยก่อนมันงอกเองได้ท่ีใต้ต้นแม่นั่นแหละ..
แต่สมัยนี้เมล็ดหล่นมาแล้วมันงอกเองน้อยมาก มีไม่กี่ชนิดหรอกที่งอกเองได้ หรือที่งอกได้ก็แทบไม่รอด ..แคระแกร๋น เหมือนเด็กตาลขะโมย แม้แต่เมล็ดไม้ยางนา ..ต้องรีบเก็บไปเพาะภายใน 10-15 วัน ถ้านานกว่านั้นเซลล์งอกมันแห้ง เพาะไปก็เน่า ..นักปลูกต้นไม้ ควรจะต้องประณีตมากขึ้น ตั้งแต่ ..

_การเตรียมพื้นที่ปลูก
_การเลือกพันธุ์ไม้
_การเลือกอายุกล้าไม้
_การเตรียมหลุม เตรียมปุ๋ย เตรียมน้ำ
_การทำปากหลุมเป็นแอ่งกระทะ 
_การเลือกฤดูกาล วางจังหวะการปลูก
_การดูแลเรื่องโรค แมลงและสัตว์อื่นรบกวน
_การปลูกพืชคลุมดิน 
_การพรวนดินในแปลง
_การดูแลวัชพืช
_การปักหลักยึดลำต้น
_การตัดแต่งกิ่ง
_การปลูกพืชควบ
_การคัดไม้ปลูกในที่จำกัด
_การทำรั้วกันสัตว์เลี้ยงรบกวน
_การคัดเลือกสัตว์เลี้ยงผสมผสาน
_การดูแลสม่ำเสมอ
_จับไส้เดือนให้ไปพรวนดินใต้ต้นไม้

อ่านแล้วอย่าเพิ่งท้อ เรื่องที่ชี้นำ ถ้าทำได้ในช่วงต้นปีแรก ปีถัดไป พอต้นไม้ตั้งตัวได้ ก็สบายแล้ว ต้นไม้ช่วยตัวเองได้ ก็จะเติบโตตามอัตราก้าวหน้าของแต่ละสายพันธุ์ ถ้าปีไหนฟ้าฝนดีก็สบาย แต่ปีไหนฝนทิ้งช่วงมากๆก็ต้องดูแลกันหน่อย ..หาวิธีปกป้องความชื้น เติมน้ำให้ ถ้าทำได้ ..แต่เรื่องรดน้ำต้นไม้ก็ควรระวัง ในหน้าแล้ง..ถ้ามีน้ำไม่พอที่จะรดประจำ เช่นเคยรดน้ำทุก 5-7 วัน ถ้าน้ำไม่พอ รดห่างออกไปบ้าง ร่นระยะเข้ามาบ้าง ไม่สม่ำเสมอเป็นปกติ ต้นไม้จะตายได้ ..สู้ปล่อยไว้ให้สู้แล้ง ยังอาจจะรอดตายมากกว่า ..การที่ให้เตรียมกล้าไม้ให้แกร่ง ..จะมีประโยชน์ตรงนี้ แต่ก็ไม่ตายตัวเสมอไปหรอกนะเธอ เรื่องอย่างนี้มีตัวแปรเยอะ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม คุณภาพหรือสภาพของดินในพื้นถิ่นนั้นๆด้วย ..

ถ้าคนอีสานมีน้ำเพาะปลูกพืชเกษตรจะไปโลดกว่านี้มาก ส่วนใหญ่จะอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก เมื่อเป็นเช่นนี้. ก็ควรพิจารณาถึงต้นทุนของน้ำที่มีอยู่

_น้ำบนฟ้า น้ำฝน และฝนเทียม
_น้ำผิวดิน น้ำบ่อ น้ำในสระ ในแม่น้ำ และ ห้วยหนอง 
_น้ำใต้ดิน น้ำบาดาล ..

คนอีสานดิ้นรนเรื่องน้ำมาตลอด แต่ก็ยังแก้ไขได้น้อยและยังไม่ลงตัว เมื่อวานได้ไปดูการจัดการน้ำของจอมยุทธน้ำ ของอาจารย์นันต์ และช่างดำ คนขยันแห่งเมืองแปะ พบว่า..เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ซึ่งจอมยุทธพลังงานโซล่าร์เซลล์ ได้คลี่คลายโจทย์ได้เป็นเปลาะๆ.. ทุกวิ ธีเน้นความเรียบง่าย ประหยัด เหมาะกับคนยากคนจน.. ด้วยการสูบน้ำบาดาลขึ้นมาเพาะปลูกในไร่นา การเจาะบาดาลแบบประยุกต์ด้วยเทคโนโลยีชาวบ้าน ช่างดำบอกว่า ..จะมีการตกลงกันล่วงหน้า ..เจาะบ่อด้วยท่อ 4 นิ้ว ถ้าไม่ได้น้ำไม่เอาเงิน ..มันแฟร์ดีไหมละ หลังจากช่างเจาะบาดาลไป 40 เมตร ก็ได้น้ำขึ้นมาใช้ เสียค่าใช้จ่ายประมาณหมื่นเศษ ถึง 2 หมื่น ติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบมินิ..ประหยัด สูบน้ำได้ ใช้ไฟได้ ซาร์ทแบตมือถือได้ ควักกระเป๋าติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์อีก 3 หมื่นเศษ รวมๆแล้วเป็นเงิน 5-6 หมื่นบาท

ถามว่า..แพงไหม?
ตอบ..ราคาเท่ากับซื้อรถมอเตอร์ไซคันเดียว
ถ้ารัฐปล่อยสินเชื่อให้ในรายที่ขัดสน
ทุกคน ทุกครัวเรือนมีน้ำทำการเพาะปลูก

..ตรงนี้ต่างหาก..เกาถูกที่คัน
..ปลูกอะไรก็ได้ก็ได้ ก็งาม
..ลดความเสี่ยงได้อย่างหวังผล
..ช่วยให้จัดงานจุดบ้องไฟ แห่นางแมว มีประสิทธิภาพขึ้น..

จากที่ไปดูงาน
จอมยุทธสายฟ้า รามสูรย์ที่ชื่ออาจารย์นันต์นั้น
..
ท่านค้นคิดเทคนิคเทคโนโลยีที่เหมาะสมไว้ได้ดีมาก 
คิดได้เบ็ดเสร็จจนน่าทึ่ง

_จะสูบน้ำด้วยท่อพญานาคขนาด6นิ้ว จากสระ จากแม่น้ำ ได้ทะถั่งหลังล้นซู่ซ่าส์
_จะสูบน้ำด้วยแผงโซล่าร์เซลล์ติดตั้งบนรถไส ไสรถไปไว้ที่นาก็สูบน้ำได้ ไหล จ้าก ..จ้าก ..เชียวเธอเอ๋ย ถ้าไม่มีเงินมาก พวกที่นาใกล้กันก็แชร์เงินคนละ 5 พัน วันนี้สูบน้ำใส่นาคนนี้ วันถัดไปเข็นรถไสไปสูบอีกนาใกล้กัน หมุนเวียนไปจนครบ 
_หรือจะเจาะบ่อบาดาลแบบของช่างดำ สูบน้ำตกกล้า หว่าน ดำ สูบลงเติมน้ำในสระ เลี้ยงกบ เลี้ยงปลา รดผัก รดต้นไม้ ก็ย่อมได้

การทำโครงการระบบชลประทานขนาดใหญ่ มันแพงและยุ่งยาก ควรหันมาพิจารณาเทคโนโลยีโซล่าเซลล์ให้กระจายไปทั่วไร่นาอีสาน คิดดูสิเธอ อีสานจะเขียวขจีขนาดไหน มองไปไหนก็เห็นท้องนามีชีวิตชีวา มีของอยู่ของกิน มีต้นไม้นานาชนิดขึ้นในไร่นา ชาวนาก็จะมีความหวัง มีกำลังใจ มีน้ำ มีไฟฟ้า คุณภาพชีวิตดีกว่าที่จะมาเป็นกรรมกรในโรงงาน 
คนอีสานก็จะคืนถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรมพ่อ_แม่ ก็จะได้กลับมาอยู่กับลูกหลาน มาทำมาหากินได้เหมือนเดิม 

คนอีสานซื่อและขยัน
ใครที่ยังไม่มีแฟนควรพิจารณาคนอีสาน
โดยเฉพาะคนที่ติดตั้งแฝงโซล่าเซลล์ในนา ค ว ร พิ จ า ร ณ า เ ป็ น พิ เ ศ ษ ..

_จะได้ชวนกันมาจู๋จี๋อยู่ที่นา
_ฟังเสียงกบเขียดร้องระงม
_นั่งมองยอดข้าวเขียวระบัดใบพริ้วล้อลมเล่น
_ชวนกันนั่งอาบแดด ชมน้ำหมอกน้ำค้าง
_กลางคืนนอนหนุนตักชมดาวเดือน ฟังเสียงนกทึดทือกู่หาคู่.
_ออกไปอยู่ในท้องนาก็ใช่ว่าจะกันดารเหมือนเมื่อก่อน มีไฟฟ้า มีทีวี มีโทรศัพท์ มีพืชผัก มีไก่ต้ม มีปลาตำน้ำพริก มีมะละกอตำโป๊กๆ มีกล้วยสุกห้อยที่ชายคา มีปลาว่ายไหวๆข้างกอบัว ..มั น เ ห มื อ น กั บ ชี วิ ต นี้ มี ปิ ก นิ ก ทุ ก วั น 

ไม่ต้องขับรถซ็อกๆไปติดไฟแดง 
ชีวิตกระหืดกระหอบเหมือนไส้เดือนโดนขี้เถ้า
ทำงานจ่ายค่าโง่ไม่จบไม่สิ้น
ทำงานให้คนอื่น..รับใช้ใครก็ไม่รู้
ไม่ได้ทำให้ตนเอง เพื่อตนเอง..

บอกสิว่า..มีแฟนเป็นชาวนามันไม่ดีตรงไหน ?

เ ก ษ ต ร นี่ ห ล่ อ จ ริ ง ๆ ..
ผู้หญิงเขาอยากรู้จัก
เ ก ษ ต ร นี่ ห ล่ อ น่ า รั ก 
ถ้าใครรู้จักกินผักฟรีๆ..

เคยได้ยินไหม เ พ ล ง นี้ ..

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น