ห้องเรียนปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกอง แม่โจ้
วันนี้ 23 กุมภาพันธ์ z,ชวนแม่บ้านและลูกสาวไปเที่ยวและเก็บสตรอเบอรี่สด ๆ จากไร่ ที่สวนของพี่ดำรงค์ที่บ้านบ่อแก้ว สะเมิง เชียงใหม่ .... ผมรู้จักพี่ดำรงค์มา 4 ปีแล้วครับ จากการที่ชาวบ้านบ้านบ่อแก้วถวายฎีกาสมเด็จพระเทพรัตนฯ ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ขอให้ท่านช่วยเรื่องปัญหาแอนแทรกโนสในสตรอเบอรี่ที่ทำให้สวนสตรอเบอรี่ที่มีพื้นที่ปลูกมากที่สุดในเชียงใหม่ต้องเสียหาย เกษตรกรเดือดร้อนขาดทุนเป็นจำนวนมาก ทาง ธ.ก.ส. ฝ่ายอารักขาพืชของโครงการหลวง และมหาวิทยาลัยแม่โจ้จึงได้ร่วมมือกันบูรณาการความรู้แล้วนำไปปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกและดูแลสวนสตรอเบอรี่เสียใหม่ ..... ในตอนนั้นเราพบว่าดินปลูกของเกษตรกรมีค่าพีเอชดินเป็นกรดจัด มีค่า 4 สาเหตุจากการใช้ปุ๋ยและสารเคมีอย่างมโหฬารและใช้ติดต่อกันอย่างยาวนาน ดังนั้น งานของจารย์ลุงในตอนนั้นคือส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตปุ๋ยหมักปริมาณมากแบบไม่พลิกกลับกองเพื่อนำไปปรับความเป็นกรดของดิน เมื่อดินมีพีเอชเป็นกลาง เชื้อโรคที่ชอบอยู่ในดินที่เป็นกรดก็อยู่ไม่ได้ โดย ธ.ก.ส.สนับสนุนค่ามูลสัตว์ในการทำปุ๋ยหมัก
เป็นที่น่าเศร้าว่า มีเกษตรกรเพียงไม่กี่รายที่สามารถปรับเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูก เชื่อในสิ่งที่นักวิชาการลงไปช่วยสอน เลิกใช้ยาฆ่าหญ้า มีการจัดการในแปลงที่ดีแบบ GAP มีการทำน้ำหมักมูลสุกรบำรุงต้น ทำน้ำหมักชีวภาพไล่แมลง ทำปุ๋ยหมักใช้ เปลี่ยนสายพันธุ์สตรอเบอรี่ ลดพื้นที่ลงให้เหลือไม่เกิน 5 ไร่เพื่อให้พอที่จะดูแลได้ทั่วถึง เราคุยกันเรื่องหลักความพอเพียงของในหลวงกับเกษตรกรกันด้วย ทำให้เกษตรกรไม่กี่รายเพียง 3 คนนั้น สามารถรอดพ้นปัญหาโรคแอนแทรกโนสได้ภายในเวลาเพียง 1 ปี นอกนั้นไม่ยอมปรับเปลี่ยน แต่คอยจะมองหายาวิเศษราคาแพงที่จะมารักษา ก็เลยขาดทุนเหมือนเดิมต่อไป
ผมไปเยี่ยมพี่ดำรงค์เกือบทุกปี ได้มองเห็นการลดต้นทุนของพี่ดำรงค์แล้วมีความสุข ปีนี้พี่ดำรงค์นำแปลง 5 ไร่เปลี่ยนเป็นปลูกกระเทียม เพื่อเปลี่ยนพืชที่ใช้ปลูกบ้าง ลดโรคในดินที่อาจมีการสะสม แล้วย้ายสตรอเบอรี่ไปปลูกในอีกแปลงในพื้นที่ 4 ไร่ ลงสตรอเบอรี่ไป 4 หมื่นต้น ... พี่ดำรงค์ไม่ใช้ยาฆ่าหญ้า ใช้ยาฉีดป้องกันเชื้อราบ้างแต่ไม่มาก ใช้ปุ๋ยเคมีบ้าง แต่ที่ใช้มากคือปุ๋ยหมักครับ ... ใน 4 ไร่ทำปุ๋ยหมักหมดขี้วัวไป 200 กระสอบ หรือได้ปุ๋ยหมักเกือบ 7 ตัน .... พี่ดำรงค์บอกว่าเดี๋ยวนี้ลดค่าซื้อปุ๋ยและสารเคมีในพื้นที่ 4 ไร่นี้ได้ถึง 5 หมื่นบาท .... ทุกวันนี้ผลผลิตดี เป็นโรคน้อย ต้นแข็งแรง เก็บสตรอเบอรี่วันเว้นวัน เก็บกันถึงตี 2 ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ คาดว่าน่าจะเก็บได้ไปจนถึงเดือนเมษายนโน่น
พี่เค้าปลูกต้นหอมในแถวสตรอเบอรี่และปลูกกะหล่ำปลีที่หัวแปลงด้วย เอาไว้กิน ที่เหลือขาย ได้เงินเพิ่มอีก และยังโชว์กองปุ๋ยหมักที่ต้องมีอยู่เสมอในแปลงเพื่อใช้บำรุงดินอีกด้วยครับ
วันนี้เราจากกันด้วยความสุข เสียอย่างเดียวว่าพี่เค้าไม่ยอมรับเงินค่าสตรอเบอรี่ บอกว่าจารย์สามารถมาเอาไปทานได้ตลอดเวลา อันนี้เราทำใจไม่ได้ .... แต่เมื่อเห็นน้ำใจที่แสนบริสุทธิ์ของพี่ดำรงค์และแฟน ผมก็จำต้องยอมครับ
อ่านแล้วมีความเห็นว่ายังไงบ้างครับ กับการเพาะปลูกที่ลดการพึ่งพาเคมีแบบนี้ การเพาะปลูกนอกคอกที่มีแต่ผลดี ลดปัญหา เพิ่มผลผลิต สุขภาพคนปลูกและผู้บริโภคก็ปลอดภัย เงินก็ดี ทั้ง ๆ ที่ลดพื้นที่การทำลง .... ทำน้อยแต่ได้มาก .... แต่ในขณะที่มีตัวอย่างดี ๆ แบบนี้ เชื่อไหมครับว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ก็ยังไม่ปรับเปลี่ยนและไม่ยอมเดินตามทางสายนี้ ด้วยเห็นว่ามันไม่ทันใจ .... น่าเสียดายนะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น