ไว้บันทึกเรื่องราวรอบๆตัว

วันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2557

คืนใต้แสงจันทร์ ในวันฝนตก(18+)





ในคืนวันฝนตก มักจะมีรถมาจอดอยู่หน้าบ้านเป็นประจำ จอดติดเครื่องไว้สักครึ่งชั่วโมงได้ ไอ้ลูกเราก็จะนอน ก็กลัวว่าลูกจะตื่น นึกอยู่ในใจว่าไม่มีที่อื่นจอดแล้วหรือไงทำไมต้องเป็นตรงหน้าบ้านเราด้วย ไอ้รั้วที่บ้านก็เป็นเหล็กตะแกรง เสียงรถก็ดัง วี้ๆ อยู่ได้ เอ๊ะหรือว่ามันจอดดูลาดเลา มันเป็นโจร?

ด้วยความสงสัยเลยแอบดูตรงหน้าต่าง ไม่กล้าเปิดประตูออกไปดูเผื่อว่าถ้ามันเป็นโจรเดี๋ยวจะถูกแม่งยิงไส้แตก

ห๊า......นี่มันรถเพื่อนบ้านที่อยู่ถัดไป 4 - 5 หลังนี่หว่า แล้วมันมาจอดทำอะไรหน้าบ้านกูวะ ทันใดนั้นความกลัวจึงถูกแทนที่ด้วยความอยากรู้เรื่องชาวบ้าน(เสือกนั่นเอง) จากที่แอบดูตรงหน้าต่างคนเดียวจึงกลายเป็นเรียกภรรยามาดูด้วย มองผ่านหน้าต่างลอดต้นไม้ไปพบว่า มีคนสองคนอยู่ในรถ คนหนึ่งไม่ถึงกับรู้จักดี อีกคนไม่รู้จักเลย

คนสองคน...หนึ่งคนเป็นชาย อีกหนึ่งเป็นหญิง อูวววว เขามาจอดทำไมนะ บ้านเขาต้องไปอีกตั้งหลายหลัง หรือจะมาจอดเพื่อ เคลียร์ปัญหาชีวิตคู่ หรือร่ำไรก่อนจาก แต่ที่แน่ๆ เงาตะคุ่มๆในรถคันนั้นน่ะหัวของทั้งคู่น่ะมันแนบชิดกัน

ไม่เข้าใจว่า อายุก็ไม่ใช่ช่วงวัยรุ่น มีงานมีการทำแล้ว ทำไมต้องทำลับๆล่อๆด้วย ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

ดูไปนานสองนาน มั่นใจแล้วว่าไม่ได้ทะเลาะกันแน่นอน ถ้าอย่างนั้นคงจะเป็นการร่ำไรก่อนจาก ประมาณว่า โอ้ว..ที่รักฉันยังไม่อยากจากเธอไปเลย เรามาพลอดรักกันอีกสักนิดนะจ๊ะทูนหัวของฉัน

ให้ตายเถอะโรบินลูกกูจะนอน ไอ้บ้าเกิดเสียงรถมึงแม่งทำลูกกูตื่นขึ้นมา ว่าไงวะไอ้บ้า พวกมึงสองคนนี่แม่งไม่ได้รู้จักคำว่าเกรงใจเลย ในใจก็นึกแต่อย่างนั้น

ในขณะที่นั่งดูพวกมันสองคนไปก็พาลให้คิดถึงเรื่องที่ผ่านมาเกี่ยวกับครอบครัวนี้

ครอบครัวนี้มีกันอยู่ 4 คน พ่อ แม่ ลูกสาวและลูกชาย จัดได้ว่าเป็นครอบครัวที่อบอุ่น โดยปกติแล้วตัวเรากับครอบครัวนี้ไม่เคยได้มีปฏิสัมพันธ์กัน จะมามีก็เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ตอนนั้นพวกเขาปลูกบ้านใหม่บนที่ดินแปลงเดิม ประมาณว่าลูกชายจะแต่งงาน ก็เลยได้มีโอกาสคุยกัน โดยที่พวกเขามาขอเอาดินส่วนเกินที่เกิดจากการเจาะเสาเข็ม มาขอทิ้งในที่ดินของเราที่ยังว่างอยู่

ด้วยความสงสัยเราเลยถามพวกเขาว่าทำไมดินถึงเหลือเยอะขนาดนี้(15คันรถ) สถาปนิกไม่ได้แจ้งหรือว่าสมควรจะถมดินเท่าไหร่ เขาตอบว่าทางสถาปนิกก็บอกเขาว่าถมเท่านี้แหล่ะ บลาๆๆๆ นี่ค่ารถขนออกก็ต้องจ่ายเพิ่มด้วยนะ เพียงเท่านั้นเรารู้ได้ทันทีเลยว่าโดนผู้รับเหมาหลอกแดกแล้ว

ด้วยความเห็นใจในฐานะเพื่อนร่วมซอยก็เลยแนะนำเกี่ยวกับการก่อสร้างไปบ้างเพื่อไม่ให้โดนผู้รับเหมาเอาเปรียบ ตั้งแต่นั้นมาจากที่เคยเดินสวนกันเฉยๆกลับกลายเป็นว่าเดินสวนกันก็ยิ้มให้กัน

แต่กับลูกชายของเขาไม่เป็นอย่างนั้น ลูกชายเขายังคงปฏิบัติตัวเช่นเดิมเดินสวนกันก็ยังเฉยอยู่อย่างเดิมไอ้เราก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย ก็คิดแต่เพียงว่าเอ๊ะกูเคยไปทำอะไรมันหรือเปล่าวะ แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกสักที เอาเถอะช่างมันมึงไม่ทัก กูก็ไม่ทัก ไม่เป็นไรอยู่แล้ว

และแล้วคืนนั้นก็ได้ผ่านพ้นไป

ในคืนฝนตกต่อมา มันเอาอีกแล้ว มาจอดรถติดเครื่องอีกแล้ว แต่คราวนี้มันเปิดโคมไฟในรถ เหอะๆอย่างนี้กูก็เห็นหมดสิวะว่าพวกมึงทำอะไรกัน คืนนี้เรามาแอบดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น กูไม่ส่องแล้วผ่านหน้าต่าง
มาซุ่มอยู่ตรงกอมะลิดีกว่า ต้นมะลิต้นนี้กอใหญ่และสูง กิ่งก้านของมันเลื้อยไปตามแนวรั้วอาศัยตะแกรงเหล็กรั้วไว้ยึดกิ่ง เวลาหน้าร้อนจะออกดอกหอมฟุ้งไปทั่วบ้านทีเดียว

คืนนี้เลือกที่จอดได้เหมาะเสียด้วยดันมาจอดตรงกอมะลิ ในใจพวกเขาคงคิดว่าต้นมะลิจะบังสายตาได้มั้ง

มึงคิดผิดอย่างแรง ต้นมะลินี่แหล่ะเป็นที่กำบังกายชั้นยอดของกู ในการปฏิบัติการสนองความอยากรู้ของกูในคืนนี้

ผมคิดได้ดังนั้น จึงค่อยๆเปิดประตูแล้วย่องไปที่ต้นมะลิในทันที และภาพที่ได้เห็นนั้น ทำเอาผมขาสั่น ด้วยความตื่นเต้น นานแล้วที่ไม่ได้มีความรู้สึกเช่นนี้

ภาพชายหญิงกำลัง...กอดรัดกระหวัดแขน ประกบปากกันอย่างดูดดื่ม แหมบรรยากาศก็ช่างเป็นใจ ละอองฝนที่พรำเม็ดลงมา กับการพลอดรักกันในที่รโหฐาน มันคงน่าตื่นเต้น เร้าอารมณ์พิลึกดี

ท่วงทำนองแห่งความใคร่ได้ดำเนินไปอย่างร้อนแรง ช่างผิดกับบรรยากาศด้านนอกที่ชุ่มชื้นด้วยละอองฝน
ในเวลานี้ของทั้งคู่ ดูท่าทางไอรักนั้นคงจะชุ่มชื่นเปียกแฉะกันมากพอสมควร ในขณะที่ทั้งคู่กำลังกอดจูบกันอย่างดี่มด่ำในรสของราคะนั้นมือของฝ่ายชายก็ได้เลื่อนขึ้นมาคลอเคลียกับเส้นผมอันดำขลับและอ่อนนุ่ม ทันใดนั้น ตัวผู้หญิงก็ได้ถูกโน้มตัวลงไปที่ตักของฝ่ายชาย ด้วยอ้อมแขนแห่งความใคร่และไฟปรารถนา ขณะนั้นจากภาพของคนสองคนจึงเหลือแต่เพียงใบหน้าของฝ่ายชาย ที่แสดงออกถึงความสุขในรสของกามา อันเกิดมาจากริมฝีปากอันอ่อนนุ่มและเรียวบางชุ่มชื่นของฝ่ายหญิง  ฝ่ายชายหลับตาพริ้มเชิดหน้าขึ้นราวกับจะมองเห็นสวรรค์อยู่รำไร โอ้สวรรค์คงอยู่ไม่ไกลจากฝ่ายชายแล้วสินะ

คิ้วที่เริ่มขมวดเกร็งเกลียว ผิวเปลือกตาปิดแน่นขึ้น ท่าทีที่แสดงออกถึงลมหายใจที่แรง และถี่ขึ้น ริมฝีปากเม้มแน่นคัดเครียด และในที่สุดทุกสิ่งทุกอย่างที่เขม็งเกลียวขึ้นมานั้นก็ได้ถูกปลดปล่อย ด้วยความสเน่หาที่ฝ่ายหญิงได้มอบให้แก่เขา

บัดนี้เจ้าคงจะได้เดินทางถึงฝั่งฝันแล้วสินะ

ฝ่ายหญิงได้หลุดออกจากพันธนาการแห่งความใคร่ เธอเอี้ยวตัวขึ้นมาฝ่ามืออันเรียวยาวของเธอนั้น ถูกวางปิดริมฝีปากที่งดงามของเธอไว้ราวกับว่าไอรักที่ขณะนี้ได้กระจายตัวฟุ้งไปทั่วภายในช่องปากของเธอนั้นจะเล็ดลอดออกมา ในใจของเธอคงอยากที่จะเก็บกลุ่นไอแห่งความเสน่หาอันอบอุ่น ให้ไว้ตราบนานเท่านาน

ทันใดนั้นฝ่ายชายได้เอี้ยวตัวกลับไปด้านหลัง เพื่อที่จะหยิบทิชชู่มาให้หญิงที่เขารัก แต่หญิงนั้นได้แต่เพียงรับมาซับเบาๆ บริเวณริมฝีปากอันเปียกชื้นของเธอ พร้อมกับสีหน้าของเธอที่บ่งบอกถึงความพอใจ
เธอยิ้มมุมปากนิดๆ ในตอนนี้เธอไม่ต้องกังวลแล้วว่าไอรักที่ขณะนี้ได้กระจายตัวฟุ้งไปทั่วภายในช่องปากของเธอนั้นจะเล็ดลอดออกมา ด้วยเหตุว่าบัดนี้ไอรักนั้นได้ระเหยลงไปในลำคอของเธอหมดแล้ว...

แสงไฟในรถยนต์ได้ถูกดับลงพร้อมๆกับการจากไปของรถยนต์คันนั้น คืนนี้พายุแห่งความใคร่ได้พัดผ่านไปแล้ว คงเหลือทิ้งไว้แต่เพียงภาพอันติดตา ตรึงอยู่ในจิตใจของผม ที่ได้แต่หวังว่าพายุแห่งความใคร่นั้นจะไม่พัดผ่านมาทางนี้อีก บอกแล้วลูกกูจะนอน

ผ่านไปหลายคืนจนกระทั่งคืนนั้น คืนที่เม็ดฝนได้โปรยปรายลงมาอีกครั้งหนึ่ง

รถคันเดิม มาจอดพร้อมๆกับเปิดโคมไฟในรถอีกแล้ว แต่คราวนี้เลือกที่จะจอดในด้านที่ไม่มีต้นมะลิ โล่งเลยล่ะมึงทีเนี้ยะเหอะๆๆ

เด็กๆหลับกันไปหมดแล้ว เอาวะในเมื่อพวกมึงจอดกันอย่างไม่เกรงใจ กูก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเกรงใจพวกมึงเช่นกัน

คิดได้ดังนั้น ผมจึงเปิดประตูออกไปพร้อมกับไฟฉายกระบอกใหญ่ เม็ดฝนที่โปรยปรายลงมาทำให้วันนี้พื้นสนามหญ้าเฉอะแฉะ ตอนนี้ภายนอกฝนได้ซาเม็ดลงไปแล้วคงเหลือแต่เพียงละอองเท่านั้น แต่พายุกำลังเริ่มก่อตัวในรถยนต์คันเดิมคันนั้นอีกครั้ง

อย่าไปทำให้พวกเขาตกใจเลยเรา เอาแค่เตือนๆกันก็พอ ยังไงเสียพายุก็เพิ่งจะเริ่มตั้งเค้า เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด หวังจะให้แสงไฟแดงวาบ แดงวาบจากบุหรี่ได้นำทางพวกเขาทั้งคู่ออกจากภวังค์แห่งความใคร่ แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้นำพา แสงไฟจากบุหรี่ของเรานั้นทำได้เพียงแค่ให้ฝ่ายหญิงเหลือบตามามองเพียงแวบเดียว แล้วสายตาคู่นั้นของเธอก็ได้ถูกปิดลงด้วยกำหนัดความใคร่ของเธอเอง

ท่าทีที่เธอไม่สนใจแสงไฟและสายควันจากบุหรี่ของเรานั้น ทำให้เราต้องขยับที่ตั้งของเราใหม่ ให้เข้าไปใกล้กว่าเดิม คราวนี้ท่าทีของเรานั้นเหมือนกับยืนอยู่ชายฝั่งทะเลเฝ้ามองดูการก่อตัวของพายุแห่งห้วงมหานทีก็ไม่ปาน

จากที่คนทั้งสองนั่งกอดกระหวัดรัดรึง กันอยู่คนละเบาะที่นั่งด้านหน้ารถยนต์ แขนของทั้งคู่นั้นกอดก่ายกันไปมาบางครั้งก็มาอยู่ที่ต้นคอของคู่รัก บางครั้งก็เลื่อนเลื้อยมาประคองสองเต้าปทุมถัน บัดนี้ลมหายใจของทั้งสองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแล้ว ทั้งคู่ได้ดื่มด่ำลมหายใจของกันและกันด้วยความปรารถนาซึ่งกันและกัน ริมฝีปากของทั้งสองนั้นแนบชิดติดกัน จนกระทั่งบางครั้งริมฝีปากของทั้งคู่นั้นไม่อาจต้านทานพลังแห่งความใคร่ได้ เป็นเหตุให้ฟันของทั้งคู่นั้นกระทบกันบ้างเป็นครั้งคราว พายุที่เกิดจากชิวหานั้นบัดนี้ได้ก่อตัวขึ้นเป็นเกลียว ลิ้นของทั้งคู่พันกันไปมาประดุจดั่งลมที่หมุนพัดหวน

กระดุมเม็ดแรกของฝ่ายหญิงได้ถูกปลดออก เปิดเผยให้เห็นนูนเนินเต้าน้อยที่ยังถูกห่อหุ้มด้วยลูกไม้ลายดอกสีขาวอยู่ มืออันซุกซนของฝ่ายชายนั้นได้ล้วงล้ำเข้าไปใต้ผ้าลูกไม้นั้น นิ้วโป้งและนิ้วชี้นั้นช่างทำการได้เหมาะเจาะพอดิบพอดีกันเหลือเกิน สุดท้ายผ้าลูกไม้ที่ห่อหุ้มปทุมถันอันน้อยก็มิอาจต้านทานแรงลมได้ ลมพายุแห่งความใคร่ได้พัดพามันหลุดออกไป เผยให้เห็นเพชรสีชมพูระเรื่อ บนยอดเนินปทุมทั้งสองด้านนั้น เสื้อเชิ๊ตของฝ่ายหญิงนั้นบัดนี้ไม่มีกระดุมเม็ดใดถูกกลัดไว้แล้ว ปกคอเสื้อไม่ได้อยู่ที่ต้นคออันเรียวระหงษ์ กลับกลายเป็นถูกเปลื้องลงมาอยู่ที่แผ่นหลังของเธอเอง ผิงพรรณของเธอนั้นช่างขาวผ่องเป็นนวลใย อ่อนนุ่มราวกับกำมะหยี่ก็เปรียบได้ ทำไมผิวเธอช่างงดงามเช่นนี้

อันฝ่ายหญิงเองก็ถูกพายุแห่งความกำหนัดนั้นพัดพาเช่นกัน บัดนี้มือของเธอนั้นได้เลื่อนย้ายเปลี่ยนอิริยาบทจากการกระหวัดรัดกอด ลงมาด้านล่างอย่างช้าๆ ลีลาการลูบไล้นั้นดุจดังการกรีดกรายของนางพญา มือของเธอช่างนุ่มนวลและอบอุ่นเสียเหลือเกิน แต่เมื่อมาถึงสิ่งขวางกั้นสายธารแห่งความใคร่เยี่ยงเข็มขัด
มือของเธอนั้นก็ได้เปลี่ยนลีลาไปอย่างสิ้นเชิง จากลีลาที่กรีดกรายเยื้องย่างลูบไล้ไล่ลงมา กลับกลายเป็นความหื่นกระหายที่จะปลดเปลื้องพันธนาการนั้นเสียโดยเร็วและรุนแรง ตะขอและซิปกางเกงของฝ่ายชายนั้นถูกปลดออกอย่างง่ายดาย และอีกไม่ช้าก็จะถึงปราการด่านสุดท้ายที่กักขังพลังแห่งความปรารถนาไว้ภายใน

ใต้ผ้าห่อหุ้มด่านสุดท้ายของฝ่ายชาย นั้นบัดนี้ได้ถูกอัดแน่นไปด้วยความกระหายในรสแห่งความสุขอย่างเต็มที่ จนนูนขึ้นมาเห็นเป็นลำอย่างเห็นได้ชัดเจน ฝ่ามือของเธอนั้นลูบไล้ นวดคลึงไปมาบนแท่งลำที่อัดแน่นพร้อมที่จะปะทุพ่นลาวาแห่งตัณหาได้ตลอดเวลา

ภายใต้ชายกระโปรงของฝ่ายหญิงที่ถูกถลกขึ้นไปเหนือเอวนั้น ได้เปิดเผยเนินหนั่นเนื้อโหนกนูนที่ถูกปกปิดไว้ด้วยผ้าผืนน้อยสีขาวบริสุทธิ์ ที่บัดนี้นั้นฉ่ำเยิ้มไปทั่วบริเวณเนินนั้น มือข้างหนึ่งของฝ่ายชายทำหน้าที่ล่วงล้ำลัดเลาะเข้าไปในบริเวณขอบของผ้าน้อยสีขาวผืนนั้น เปิดเผยให้เห็นเส้นไหมที่ประดุจถูกย้อมด้วยสีดำขลับ เส้นไหมของเธอถูกจัดเรียงตกแต่งอย่างเป็นระเบียบสวยงามเหลือเกิน

เบาะรถที่ควบคุมด้วยไฟฟ้าถูกปรับเอนลงเล็กน้อยอย่างนุ่มนวล พร้อมๆกับลมพายุที่โหมเข้าใส่ทั้งคู่อย่างบ้าคลั่ง บัดนี้โลกทั้งใบคงมีเพียงสองคนนั้นเท่านั้น เราคงเฝ้ามองทั้งคู่จากอีกมิติหนึ่ง

ต้องจุดบุหรี่อีกตัวหนึ่งแล้ว ด้วยว่าผู้ที่เฝ้ามองเยี่ยงเราอยู่ด้านนอกนั้นหนาวยะเยือกด้วยฤทธิ์ของละอองฝน  แต่สองคนในรถนั้นคงจะเต็มเปี่ยมไปด้วยความร้อนรุ่มจากไฟแห่งปรารถนาในกลกาม

บัดนี้ลมพายุแห่งความกำหนัดนั้นได้พัดหอบเอาฝ่ายหญิงลอยขึ้นมาคร่อมอยู่บนตัวฝ่ายชาย ใบหน้าของทั้งสองแนบชิดติดกัน ราวกับใบหน้าของคนๆเดียว ทั้งคู่ได้เสพซึ่งลมสวาทของกันและกันอย่างดูดดื่ม ทันใดนั้นฝ่ายหญิงได้เชิดใบหน้าของเธอขึ้นมา สีหน้าของเธอนั้นบ่งบอกถึงความทรมานบนความสุขที่ได้รับจากคู่รักของเธอ ใช่แล้วบัดนี้ความเป็นชายที่ซ่อนอยู่เป็นลำภายใต้ผ้าฝ้ายเนื้อดีนั้นได้ถูกปลดปล่อย และล่วงล้ำเข้าไปในถ้ำสวาทอันชื้นแฉะของเธอแล้ว เอวของเธอบิดและส่ายไปมา มือของเขานั้นตะปบสะโพกอันกลมกลึงของเธอไว้แน่นด้วยเกรงว่าจะหลุดออกจากกัน ภายในรถนั้นบัดนี้คงจะดังก้องไปด้วยเสียงร้องครวญครางแห่งความหฤหรรษ์ ความคัดเครียดที่อัดอั้นของทั้งคู่กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมาด้วยท่วงท่าและลีลาการขยับโขยก จังหวะนั้นเร่งขึ้นและเร็วขึ้น ทั้งคู่แสดงออกมาทางสีหน้าอย่างเห็นได้ชัดว่าความเสียวกระสันต์ นั้นเป็นเช่นไร เพลงสวาทของทั้งคู่ได้บรรเลงไปพร้อมๆกับลมพายุแห่งความกำหนัด อย่างรุนแรง รวดเร็ว คลื่นนาวาที่กระฉอกกระทบฝั่งนั้นเสียงดังแจ๊ะๆ และแล้วเรือสวาทของทั้งคู่ ก็ไม่อาจที่จะต้านทานแรงลมจากพายุที่บ้าคลั่งได้ สีหน้าของทั้งคู่ดูอิ่มเอมกับความสุขทางโลกียไสยที่ทั้งสองได้มอบให้แก่กันและกันเหลือเกิน

เธอคงจะหมดแรงจึงซบกายลงบนร่างของเขา มือของเขาเลื่อนลูบไล้ขึ้นมาบนแผ่นหลังของเธอ แสดงออกถึงความปรารถนาในตัวเธออีก เขารัดเธอไว้ด้วยความกลัวว่าเธอจะแยกตัวออกไปจากร่างกายเขาหรือไร ทั้งคู่บัดนี้คงถึงแดนสุขาวดีแล้ว ทั้งสองคนเหนื่อยหอบ แสดงถึงความเหนื่อยล้าที่เกิดจากการปลดปล่อยความกำหนัดที่อัดอั้นอยู่อย่างรุนแรง

ในที่สุดทั้งคู่ก็แยกจากกันและกัน บัดนี้แสงไฟในรถยนต์ได้ถูกดับลงพร้อมๆกับการจากไปของรถยนต์คันนั้น คืนนี้พายุแห่งความใคร่อันโหดร้ายและรุนแรงได้พัดผ่านไปแล้ว คงเหลือทิ้งไว้แต่เพียงผมที่ยืนเกาะรั้วเฝ้าดูความว่างเปล่าที่หน้าบ้านของผมเองเพียงคนเดียว  ที่ได้แต่หวังว่าพายุแห่งความใคร่นั้นจะไม่พัดผ่านมาทางนี้อีก

ก็กูบอกแล้วว่าลูกกูจะนอน

และแล้วความหนาวเย็นก็มาเยือน เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าฝนจะไม่ตกอีกนาน บัดนี้บ้านของครอบครัวนี้สร้างเสร็จแล้ว แต่ผมกลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเธอคนที่อยู่ในรถยนต์คันนั้นอีกเลย.....

เธอหายไปไหน?














ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น